ตำนาน…เขาสมิง

ที่จังหวัดตราดของผมก็มีตำนานอยู่มากมายเช่นกัน แต่วันนี้จะขอเล่าถึงที่มาของชื่อ อำเภอเขาสมิง อำเภอหนึ่งในจังหวัดตราด และเป็นอำเภอแรกที่คุณจะเดินทางมาถึงหากมาจากทางกรุงเทพฯ
เรื่องนี้ก็เหมือนตำนานอื่นๆ ที่คนเล่าต่างยืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง เรื่องมีอยู่ว่า มีชายคนหนึ่ง (ชื่อของเขาหล่นหายไปตามกาลเวลา คือไม่ทราบแล้วว่าชื่ออะไร) เขามีเรื่องขัดใจกับเพื่อนบ้าน (เรื่องอะไรไม่ทราบอีกเช่นกัน ก็มันตำนาน) เขาคิดจะล้างแค้นเพื่อนของเขา เขาเป็นคนที่เรียนวิชาอาคม เขามีสิ่งหนึ่งที่เรียกกันว่า น้ำมันสมิง สมิงคือเสือที่สามารถกลายร่างเป็นคนได้ คือจะแปลงร่างเป็นคนเพื่อหลอกพรานป่าให้ลงมาจากการนั่งห้างบนที่สูงเพี่อจับกินเป็นอาหาร เสือสมิงสามารถแปลงกายได้หลายแบบ ทั้งเด็กผู้ชาย ผู้หญิง และบางครั้งแปลงเป็นพระธุดงค์ก็ยังได้ตามแต่มันจะต้องการ
ที่มันสามารถกลายร่างเป็นคนได้นั้นเชื่อกันว่า เกิดจากการที่มันเป็นเสือที่ดุร้ายและฆ่าคนเป็นอาหารจำนวนมาก วิญญาณมนุษย์จึงเข้าสิง และยิ่งมันได้กินคนเป็นจำนวนมากพลังอำนาจของมันก็จะมากขึ้น กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า น้ำมันสมิงที่ว่านั้นเมื่อเขานำมาทาตัวเขาจะกลายร่างเป็นเสือสมิงในทันที และการจะคืนร่างเป็นคนดังเดิมได้เขาจะต้องอาบน้ำมนต์ที่เขาต้องปลุกเสกเตรียมไว้ เขาคิดจะกลายร่างเป็นสมิง เพื่อไปล้างแค้น แต่ถ้าเขาอยู่ในสภาพของเสือเขาคงไม่สามารถอาบน้ำมนต์เองเพื่อกลายร่างเป็นคนได้ ดังนั้นหลังปลุกเสกน้ำมนต์เสร็จ เขาจึงนำมันไปให้ภรรยาของเขาและบอกว่าหากเห็นเสือตัวหนึ่งเดินเข้ามาหา ให้เอาน้ำมนต์นี้ราดที่ตัวเสือนั้น
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็เอาน้ำมันสมิงทาตัวกลายร่างเป็นสมิงสมใจและเมื่อแก้แค้นได้สำเร็จ เขาก็กลับไปหาภรรยา เพื่อจะได้กลายร่างเป็นคนดังเดิม ข้างฝ่ายภรรยา เมื่อเห็นเสีอก็นึกถึงคำที่สามีได้สั่งไว้จึงหยิบขันน้ำมนต์มาถือ แต่อาจเป็นที่สมิงตนนั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก จึงเกิดความกลัวมือไม้สั่นจนขันน้ำมนต์หลุดมือไปครับสรุปได้ว่าเวรกรรมตามทัน สมิงไม่อาจกลับคืนมาเป็นคนได้ และด้วยความเสียใจ มันร้องไห้จนตายกลายเป็นเขาสมิงที่เป็นชื่อเรียกกันมาจนทุกวันนี้
เขาสมิง เขาลูกเล็ก ๆ ในตำนาน
มีตำนานที่แตกต่างกันขอนำมาเพิ่มเติมดังนี้ครับ ในบริเวณเขาสมิงจังหวัดตราดจะมีเขาเตี้ยๆ อยู่ลูกหนึ่ง อยู่ห่างจากที่ตั้ง อ.เขาสมิง ปัจจุบันประมาณ ๓ กิโลเมตร เป็นที่อยู่ของผู้แก่กล้าทางวิชาอาคมมากผู้หนึ่ง ซึ่งได้ร่ำเรียนวิชาจนกลายเป็นเสือได้ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาดังนี้
นายยอด เป็นคนมีร่างกายแข็งแรง แต่เนื้อตัวมีแผลหลายแห่ง และที่แปลก คือ ที่ก้นมีหางงอกออกมายาวราวหนึ่งคืบ ซึ่งไม่ได้มีมาแต่กำเนิดแต่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อพ่อของนายยอดนำเขาไปฝากให้เล่าเรียนวิชากับสมภารใกล้ตอนอายุ ๑๖ ปี เพราะท่านมีวิชาสามารถเรียกเสือมาให้ดูได้และใช้เสือไปไหนๆ ได้ตามใจท่านเหมือนกับสุนัขที่หัดไว้จนรู้ภาษาคนด้วยน้ำมันสมิง นายยอดเป็นเด็กฉลาดว่านอนสอนง่ายจึงเป็นที่รักของสมภาร เมื่อเวลาสมภารใกล้จะไปไหนท่านจะสั่งนักสั่งหนาว่าไม่ให้นายยอดไปค้นอะไรที่พานหัวนอนท่านเป็นอันขาด
วันหนึ่งเมื่อสมภารไม่อยู่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นนายยอดได้ไปค้นที่พานข้างหมอนของสมภารใกล้ พบเห็นตลับๆ หนึ่ง เมื่อเปิดดูเห็นเป็นขี้ผึ้งสีเขียวๆ นึกว่าเป็นขี้ผึ้งเมตตาของอาจารย์จึงควักออกมาทาคิ้วทาปาก ทันใดนั้นก็เกิดขนขึ้นตามตัวเป็นสีเหลืองๆ ดำๆ ทั่วไป แท้ที่จริงแล้วขี้ผึ้งที่ทานั้นเป็นน้ำมันสมิง หากใครทาตัวเข้าก็กลายเป็นเสือสมิงทันที นายยอดเมื่อกลายร่างเป็นเสือก็วิ่งกระโดดลงจากวัดเข้าป่าไป เมื่อสมภารกลับมาไม่พบนายยอด นึกสังหรณ์ใจจึงไปที่ห้องเห็นตลับน้ำมันสมิงเปิดทิ้งอยู่จึงรู้ว่านายยอดกลายเป็นเสือสมิงไปแล้ว จากนั้นท่านจึงสั่งพระลูกวัดและพ่อของนายยอดว่า ท่านจะทาน้ำมันสมิงเพื่อออกตามหานายยอด ถ้ามีเสือมาที่วัดให้เอาไม้คานตีเสือนั้น แล้วท่านก็กลายร่างเป็นเสือออกติดตามนายยอดเข้าป่าไป
เวลาล่วงมา ๖ เดือนกว่า เย็นวันหนึ่งพระลูกวัดเห็นมีเสือ ๒ ตัวที่แปลกกว่าเสือธรรมดา คือ เสือที่มามีหางสั้นก็เข้าใจว่าเป็นสมภารใกล้และนายยอดศิษย์ท่านกลับมา แต่ก็ไม่มีพระองค์ใดกล้าเอาไม้คานเข้าไปตีตามที่ท่านอาจารย์สั่งไว้ พระจึงไปตามบิดานายยอดมา บิดานายยอดเชื่อว่าเป็นลูกของตนจึงเอาไม้คานตีเสือนั้นตัวละ ๑ ที ทันใดนั้นขนก็หลุดร่วงไปหมดแต่หางยังคงอยู่ พระลูกวัดเห็นเป็นพระอาจารย์จึงได้นำสบงจีวรมาห่มให้ ท่านจึงเล่าให้บิดานายยอดฟังว่าท่านออกเดินทางตามนายยอดไป ๗ วัน พบเสือป่า ถามได้ความว่าสมิงยอดข้ามเขาไปเมื่อ ๒-๓ วันแล้ว จึงตามไปจนถึงเขาลูกหนึ่งข้างหลังเขาเป็นที่ราบมีหมู่บ้านทำมาหากินเลี้ยง วัว ควาย หมู เป็ด ไก่ จำนวนมาก ท่านไปพบสมิงยอดกินหมูชาวบ้านอยู่ พอสมิงยอดเห็นอาจารย์ก็รีบวิ่งหนีโดยเร็ว ไปจนมุมที่ถ้ำแห่งหนึ่ง เคราะห์ดีที่สมิงยอดไม่กินเนื้อมนุษย์เพราะถ้ากินเนื้อมนุษย์แล้วคงไม่ยอมกลับมาง่ายๆ และจะดุร้ายมากกว่านี้
รูปปั้นเสือที่วัดเขาสมิง
ยังมีอีกตำนานกล่าวไว้ดังนี้ครับ
ในดินแดนไกลโพ้นเลยจากทิวเขาเหยียดยาวที่กั้นดินแดนไทยและขอมออกจากกัน มีชายหนุ่มเชื้อชาติขอมคนหนึ่ง ชื่อ สมิง ได้ร่ำเรียนวิชาอาคมจนแก่กล้า และเพื่อทดลองวิชาที่ได้ร่ำเรียนมาจึงเดินทางข้ามเขาสูงผ่านป่าดงดิบที่บางตอนแสงตะวันไม่อาจส่องถึง ลัดเลาะหนองน้ำกว้างใหญ่ จนวันหนึ่งได้มาพบกับเสือโคร่งที่กินคนมาแล้วมากมาย อาคมของสมิงใดๆ ไม่สามารถสะกดมันได้ จึงเป็นครั้งแรกที่สมิงพ่ายแพ้ แม้ร่ายกายของเขาจะยับเยิบภายใต้คมเขี้ยว แต่วิญญาณอันกล้าแข็งของสมิงทำให้ครอบงำวิญญาณเสือร้ายนั้นได้ในที่สุด คงความเป็นอมตะอยู่ในร่างกายของเสือตัวนั้น ทุกข์ทนเหงาอยู่ในป่าลึก จึงร่อนเร่รอนแรมเพื่อหาเพื่อนมนุษย์ ทว่าดังต้องคำสาป มนุษย์ที่พานพบในป่าทึบกลับถูกเขากินเพื่อสังเวยความหิว
ในที่สุดสมิงก็ได้เดินทางถึงฝั่งน้ำเขียว ดูลึกล้ำ ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีเรือกสวนไร่นา มีสวนดอกไม้สีสันสดใส และมีผู้คนที่เป็นมิตร ตรงข้ามกับฝั่งที่สมิงอาศัยอยู่ ซึ่งมีแต่ป่าทึบและเสียงสัตว์กู่ร้องคำรามหาเหยื่อในยามค่ำคืน สมิงจึงเดินทางข้ามเถาสะบ้าใหญ่ที่ทอดตัวข้ามฝั่งคลอง ปรากฏตัวที่ริมลานนวดข้าว ในคืนที่แสงจันทร์ส่องสว่าง ด้วยรูปลักษณ์ของชายหนุ่มรูปงามในชุดสีดำ มีผ้าขาวม้าคาดพุง ถือไต้อันใหญ่ไว้ในมือ พวกชาวบ้านต้อนรับสมิงอย่างอบอุ่นในวงเหล้า และมีคนสังเกตเห็นว่าสมิงวางไต้ที่ดับแล้วไว้ข้างตัวตลอดเวลา แม้ในยามที่ออกไปรำวงรอบลานนวดข้าว เขาก็ไม่ลืมคว้าไต้ขัดไว้ใต้ผ้าขาวม้าที่คาดพุงอยู่ ตกดึกทุกคนหลับใหล สมิงจึงได้จากไป ร่างในชุดดำไร้เงาจากแสงแห่งแสงเดือน
สมิงไม่มีเงา เขาต้องถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอเมื่อมาปรากฏตัวที่หมู่บ้าน บางครั้งเสียงหัวเราะของเขาดังกระหึ่มเกินเสียงคน บางครั้งมีกลิ่นสาบรุนแรงเมื่อเขาเคลื่อนไหว สมิงต้องเดินข้ามเถาสะบ้า ไม่มีเรือเหมือนคนอื่น และไม่เคยมีใครเห็นบ้านของสมิงที่ฟากโน้น ชาวบ้านทุกคนตระหนักในความผิดปกติ แต่ทุกคนก็ชอบสมิง ตั้งแต่สมิงมาที่หมู่บ้านนี้ พืชพันธุ์ธัญญาหารได้ผลดีกว่าที่เคย บางปีมีฝนตกหนักน้ำป่าหลาก สมิงจะเตือนชาวบ้านให้รู้ล่วงหน้า บางปีแล้งสมิงจะคอยบอกให้เตรียมกักเก็บน้ำไว้ให้มากเป็นพิเศษ สมิงห่วงใยชาวบ้านเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เขากำชับว่าห้ามตัดเถาสะบ้าใหญ่เด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนสมิงจะโกรธมากและจะไม่กลับมาหาอีก
วันหนึ่ง มีสิ่งแปลกใหม่ล่วงล้ำเข้ามาในคลองน้ำลึกแห่งนี้ มันคือเรือสำเภาที่นำสินค้าไปขายที่หมู่บ้านใหญ่ข้างบน เสากระโดงเรือติดเถาสะบ้า คนบนเรือสำเภาจึงช่วยกันตัดเถาสะบ้าจนขาดเพื่อให้เรือผ่านไปได้ก่อนค่ำ ทันที่ที่เถาสะบ้าขาด รอบข้างมืดลงอย่างรวดเร็ว ลมไม่พัดใบไม้ไม่ไหว ทุกสิ่งนิ่งสงัด และแล้วก็มีเสียงคำรามกระหึ่มในลำคอค่อยๆ ดังขึ้นๆ พร้อมกับลมที่ก่อตัวแรงขึ้น พัดจนเสากระโดงเรือโอนเอน พัดน้ำในคลองเป็นคลื่นกระฉอกจนเรือใหญ่ส่ายไหวอย่างรุนแรง น้ำถูกหอบเป็นคลื่นสูง ซัดสาดลำเรือและผู้คนบนนั้น สายฝนกระหน่ำเป็นม่านขาวหนาทึบในความมืดมิด เสียงลมฝนและน้ำในลำคลองคำรามก้องท้องทุ่ง
เช้าวันรุ่งขึ้น น้ำในคลองนิ่งสนิท ไร้ร้องรอยพายุร้าย ไม่มีเรือสำเภา ไม่มีซากศพ ไม่มีอะไรแปลกปลอม ไม่มี…สมิง มีแต่เพียงเสียงคำรามต่ำอย่างแผ่วโหยแว่วมาจากป่าทึบฟากโน้น ชาวบ้านต่างรักและอาลัย สมิง ชายหนุ่มรูปงาม คนที่ไม่มีเงา ไม่เคยปรากฏตัวในตอนกลางวัน และไร้บ้าน จึงช่วยกันสร้างศาลหลังเล็ก ๆ บนตลิ่งสูง และทำพิธีบวงสรวงเชิญวิญญาณสมิงให้สิงสถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้
Cr…http://15number.weebly.com/3627365736293591360936293609/1