เรื่องลี้ลับ…ตาพูนกับยายพร

ตาพูนกับยายพรอาศัยอยู่กับลูกหลานซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ จนกระทั่งวันหนึ่งตาพูนได้จากไปด้วยโรคชรา ลูกหลานทุกคนรวมทั้งยายพรต่างเสียใจกับการจากไปของแก เมื่อเวลาผ่านไปลูกหลานทุกคนรวมทั้งยายพรก็เริ่มทำใจได้ แต่แล้วกลางดึกคืนหนึ่งยายพรก็ได้ลื่นหกล้มขณะที่เข้าห้องน้ำทำให้กระดูกขาหัก ถึงแม้ว่ายายพรจะสุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใดๆ แต่จากอายุที่มากแล้วผลจากการหกล้มทำให้ร่างกายแกทรุดหนักจนลุกไปไหนไม่ได้ ได้แต่นอนอยู่บนเตียง แต่แกเองยังอยากอยู่กับลูกหลานไปนานๆ อยากเห็นลูกหลานประสบความสำเร็จในชีวิต แกจึงพยายามสู้กับอาการเจ็บป่วยของแกอย่างสุดชีวิต โดยที่ลูกหลานของแกก็คอยอยู่ดูแลและเป็นกำลังใจให้แกไม่ห่างไปไหน แล้วกลางดึกคืนหนึ่งขณะที่ยายพรกำลังหลับ แกก็ได้เพ้อออกมาว่า ตาพูนได้มาหาแก มานั่งอยู่ข้างๆ แล้วพูดกับแกว่า…

 

“ไปด้วยกันเถอนะยายพร อยู่ต่อไปก็เป็นภาระให้ลูกหลาน ยังไงก็ไม่หายแล้วได้แต่นอนอยู่บนเตียงให้ลูกหลานต้องมาคอยดูแลเป็นห่วงอยู่อย่างนี้”

 

เมื่อลูกหลานของยายพรได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มใจไม่ดี คิดไปต่างๆ นาๆ ว่ายายพรคงอยู่ได้อีกไม่นาน หลังจากที่เพิ่งเสียตาพูนไปได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ลูกหลานที่อยู่กับยายพรก็ได้ส่งข่าวไปบอกคนที่ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัดให้กลับมาอยู่ดูใจยายพร เพราะคิดว่าคงไม่เกิน 2 – 3 วันต้องเสียยายพรไปแน่แล้ว เมื่อลูกหลานทั้งหมดมากันพร้อมหน้า ยายพรก็เหมือนจะเริ่มแข็งแรงขึ้นมาได้อีกครั้ง จนลูกๆ หลานๆ ต่างคิดว่าแกอาจจะกลับมาหายดีก็เป็นได้ จนเมื่อผ่านไป 4 วัน ลูกหลานที่มาจากต่างจังหวัดก็ต้องกลับเดินทางกลับไปทำงาน จึงได้เข้าไปร่ำลายายพร…

 

“หลานจะกลับไปทำงานแล้วนะยาย ยายต้องรีบหายไวๆ นะ จะได้มานั่งเล่าเรื่องผี, เรื่องลี้ลับ ให้หลานฟังอีก”

 

เวลาลูกๆ หลานๆ มานั่งเล่นกับตาพูนกับยายพร ทั้งสองคนมักจะมีเรื่องผีหรือเรื่องลี้ลับต่างๆ ในสมัยที่แกยังหนุ่มยังสาว มาเล่าให้ฟังเสมอๆ  จากนั้นลูกหลายของยายพรก็ได้พูดคุยกันว่า ยายพรคงไม่เสียในเร็ววันนี้แน่ แกอาจจะหายดีก็ได้ เพราะแกดูแข็งแรงขึ้นมากเมื่อลูกหลานทั้งหมดมาอยู่พร้อมหน้ากัน แต่ก่อนที่ลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัดจะเดินทางกลับเพียง 1 คืนเท่านั้น หลานของยายพรคนหนึ่งได้เดินเข้าไปหายายพรที่นอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง ทันทีที่เข้าไปในห้องหลานคนนั้นถึงกับร้องตกใจ เพราะยายพรทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นมานั่งและพยายามลืมตา ญาติๆ ที่อยู่หน้าห้องจึงรีบวิ่งเข้าไปหาและถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทันทีที่เข้ามาในห้องทุกคนต่างก็เห็นยายพรน้ำตาไหลอาบสองแก้ม หลังจากนั้นตัวของยายพรจู่ๆ ก็เริ่มแข็งและซีดเขียวเหมือนคนไม่มีเลือด พวกที่อยู่ในห้องจึงได้รีบไปตามลูกหลานที่เหลือให้มาดูใจแกเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ยายพรที่นอนอยู่นั้น น้ำตาก็ยิ่งไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง แกพยายามจะพูดแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเปล่งเสียงออกมา ลูกหลานบางคนก็เริ่มร้องไห้ตามเพราะคิดว่าคงไม่พ้นคืนนี้เป็นแน่แล้ว ยายพรแกพยายามสุดชีวิตที่จะได้อยู่กับลูกกับหลานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง จากนั้นยายพรก็พยายามลืมตาขึ้นมาแกกวาดตาดูลูกหลานทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย  ลูกชายของยายพรก็ได้พูดกับแกพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดว่า…

 

“แม่ไปเถอะ แม่เหนื่อยมาเยอะแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง ขอให้แม่ไปสบายนะ”

 

สักพักยายพรก็ยิ้มออกมาแล้วแกก็ค่อยๆ หลับตาลงและหมดลมหายใจในที่สุด สิริอายุได้ 89 ปี !!! ก่อนที่จะนำร่างของยายพรไปไว้ในโรงศพนั้นลูกหลานของแกทุกคนได้ทำพิธีทางศาสนาและมีชาวบ้านในหมู่บ้านมาร่วมงาน ในขณะที่นำร่างของยายพรมาอาบน้ำศพและแต่งตัวให้แกใหม่นั้น เหลนของยายพร 4 คนอายุ 5 – 7 ขวบ ได้บอกกับผู้ใหญ่ที่ช่วยกันจัดงานศพอยู่ว่าเห็นตาพูนกับยายพรยืนมองอยู่และพูดว่าอย่าทะเลาะกันนะ รักกันเยอะๆ แล้วก็หายไปเลย ผู้ใหญ่ที่ได้ฟังก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่เด็กๆ 4 คนนั้นพูดเหมือนกันหมด ชาวบ้านต่างก็พูดคุยกันว่าตาพูนกับยายพรแกคงจะมาดูลูกๆ หลานๆ เป็นครั้งสุดท้าย ที่เด็กๆ เห็นอาจจะเป็นเพราะพวกเขายังเด็กและจิตใจบริสุทธิ์ เรื่องราวของตาพูนกับยายพรก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ คงเหลือไว้แต่ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้จดจำ
(เรื่องนี้มาจากเค้าโครงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง)

 

By…หัวกลม